น้ำพุร้อนแม่ขะจาน
Mae Kachan Hot Spring - Main view in Chiang Rai, Thailand
สถานที่ท่องเที่ยว · น้ำพุร้อนธรรมชาติ

น้ำพุร้อนแม่ขะจาน (เชียงราย)

Mae Kachan Hot Spring · น้ำพุร้อนแม่ขะจาน · จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย

บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติในจังหวัดเชียงราย ภาคเหนือของไทย เต็มไปด้วยไอน้ำร้อนและสีเขียวขจี เหมาะสำหรับแช่เท้า พักผ่อน และต้มไข่ในน้ำพุร้อน

คะแนน 4.0 / 5 11,345 รีวิว
🕕 เวลาเปิด 06:00 – 22:00
🎟️ ค่าเข้า ประมาณ ฿40
📍 ดูใน Google Maps

ข้อมูลใช้งาน

ก่อนไปน้ำพุร้อนแม่ขะจาน (Mae Kachan Hot Spring) มาทราบข้อมูลสำคัญเหล่านี้ก่อน

คะแนน

4.0 / 5

11,345

🏷️

ประเภท

เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ / น้ำพุร้อนธรรมชาติ

🕕

เวลาให้บริการ

ทุกวัน 06:00 – 22:00

📍

ที่อยู่

Moo 6, Pha Soet Phatthana Village, Doi Hang, Chiang Rai 57260, Thailand

🧭

Plus Code

4F76+WV Mae Chedi Mai, Wiang Pa Pao District, Chiang Rai

🎟️

ค่าเข้า

ประมาณ ฿40 / คน (สนับสนุนการบำรุงรักษาระบบนิเวศ)

แหล่งที่มา: คะแนนจาก Google Maps ซิงค์ล่าสุดเดือนกันยายน 2026

เกี่ยวกับน้ำพุร้อนแม่ขะจาน

น้ำพุร้อนแม่ขะจาน (Mae Kachan Hot Spring) เป็นกลุ่มบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติในจังหวัดเชียงราย ภาคเหนือของไทย อุณหภูมิน้ำพุร้อนอาจสูงถึงประมาณ 80°C ภายในมีบ่อไอน้ำและบ่อแช่เท้าหลายแห่ง ล้อมรอบด้วยพืชพรรณเขตร้อน เป็นสถานที่บริสุทธิ์สำหรับชุมชนท้องถิ่นและนักเดินทางในการสัมผัสการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ

หนึ่งในประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่นี่คือการต้มไข่ด้วยความร้อนใต้พิภพตามธรรมชาติ—นำไข่ใส่ตะกร้าไม้ไผ่จุ่มลงในรอยน้ำพุร้อน ประมาณ 15 นาทีก็พร้อมรับประทาน ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นวิทยาศาสตร์และระบบนิเวศ ที่นี่หลีกเลี่ยงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มากเกินไป โดยยังคงรักษากลิ่นอายดั้งเดิมของห้องอบไอน้ำ บ่อแช่เท้า และทางเดินป่า—เหมาะสำหรับการสำรวจธรรมชาติและพักผ่อนแบบสบายๆ ครึ่งวัน

จุดเด่นเชิงนิเวศ

1

ต้มไข่ในน้ำพุร้อน

นำไข่ใส่ตะกร้าไผ่ต้มในรอยน้ำพุร้อน 80°C ประมาณ 15 นาทีก็สุก เป็นกิจกรรมคลาสสิกของที่นี่

2

บ่อแช่เท้า

บ่อแช่เท้าธรรมชาติหลายแห่ง น้ำอุ่นไหลผ่านข้อเท้า ช่วยผ่อนคลายหลังเดินทาง

3

ห้องอบไอน้ำ

ซาวนาธรรมชาติโดยใช้ไอน้ำความร้อนจากใต้พิภพ หายใจเอาอากาศร้อนชื้น

4

สวนเขตร้อน

ทางเดินร่มรื่นและบ่อน้ำ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ เหมาะสำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป และปิกนิก

สภาพอากาศและพยากรณ์ 7 วัน

สภาพอากาศล่าสุดบริเวณน้ำพุร้อน พร้อมแนวโน้มสัปดาห์หน้า เพื่อช่วยเตรียมเสื้อผ้าและวางแผนการเดินทาง

✔ ขณะนี้ไม่มีข้อควรระวังด้านสภาพอากาศที่ต้องกังวลเป็นพิเศษ

ขณะนี้

25°C

มีเมฆบางส่วน

สูงสุด 29° · ต่ำสุด 21°

รู้สึกเหมือน
27°C
ความชื้น
73%
ลม
2 บิวฟอร์ต · 5.9 กม./ชม.
โอกาสฝน
3%
ดัชนี UV
0

อัปเดต 23:30

การแต่งกาย

  • มีฝน แนะนำเสื้อกันฝนหรือเสื้อผ้าแห้งเร็ว เลี่ยงผ้าฝ้ายหนาที่เปียกแล้วแห้งช้า

การวางแผนเที่ยว

  • มีโอกาสฝนค่อนข้างสูง ควรวางแผนให้ยืดหยุ่น จัดกิจกรรมกลางแจ้งตอนเช้า และพร้อมเลื่อนการเดินป่าหรือแช่น้ำกลางแจ้ง
  • ช่วงกลางวันบ่อแช่กลางแจ้งโดนแดดค่อนข้างมาก หากกลัวแดดเลือกบ่อฝั่งที่มีร่มเงา

ของที่ควรพก

  • ร่ม
  • รองเท้าที่กันลื่น
  • ครีมกันแดด แว่นกันแดด หมวก
  • สเปรย์กันยุง
  • ผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าสำรอง (เช็ดตัวให้แห้งหลังแช่น้ำ)

7 วันข้างหน้า

  • อา. ฝนปรอย 29° 21° 💧 2%
  • จ. ฝนปรอย 30° 23° 💧 80%
  • อ. ฝนปรอย 29° 22° 💧 73%
  • พ. พายุฝนฟ้าคะนอง 28° 22° 💧 97%
  • พฤ. ฝนปรอย 27° 22° 💧 100%
  • ศ. ฝนซู่ 25° 21° 💧 100%
  • ส. ฝนซู่ 27° 21° 💧 98%

ค่าพยากรณ์เป็นผลจากการคำนวณแบบจำลองสำหรับพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า และปรับปรุงอัตโนมัติทุก 15 นาที เวลาทั้งหมดเป็นเวลาท้องถิ่น (ICT, UTC+7)

เส้นทางแนะนำ: ครึ่งวันและเต็มวัน

แผนเดินทางสำเร็จรูปสองแบบ เลือกใช้ตามเวลาที่มีและทิศทางที่เดินทางต่อไป

ครึ่งวัน

แวะพักครึ่งวันบนเส้นทางเชียงใหม่–เชียงราย

⏱ ประมาณ 3 ชั่วโมง

เหมาะกับการแวะพักระหว่างทาง เพื่อยืดเส้นยืดสายและสัมผัสปรากฏการณ์น้ำพุร้อนโดยไม่ต้องรีบ

  1. 0:00 จอดรถบริเวณลานจอดของฝั่งที่พัฒนาแล้ว ใช้ห้องน้ำ และแวะศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวเพื่อดูแผนผังพื้นที่
  2. 0:15 เดินชมบ่อน้ำพุร้อนดั้งเดิม (ฝั่งขวาเมื่อขับมาจากเชียงใหม่) สังเกตไอระเหยและคราบแร่สีขาวรอบปากบ่อ
  3. 0:45 ลองต้มไข่ที่บ่อต้มไข่ซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ 80°C ใช้เวลาราว 3 นาทีก็ได้ไข่สุกพร้อมรับประทาน
  4. 1:15 แช่เท้าในบ่อที่จัดไว้ให้ราว 20–30 นาที แล้วพักจิบเครื่องดื่ม ไม่ควรแช่นานเกินไปเพราะอาจรู้สึกวิงเวียน
  5. 2:00 เดินเลือกซื้อของฝากและสินค้า OTOP ฝั่งที่พัฒนาแล้ว เพื่อให้รายได้อยู่กับชุมชนโดยตรง
  6. 2:45 ออกเดินทางต่อได้ทั้งทางเหนือสู่เชียงราย หรือทางใต้สู่เชียงใหม่และพะเยา

ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถบัสทัวร์ที่แวะระหว่างเชียงใหม่–เชียงราย และผู้ที่มีเวลาจำกัด

เต็มวัน

เที่ยวเต็มวัน: น้ำพุร้อน ป่าเขา และดอยช้าง

⏱ ประมาณ 6–8 ชั่วโมง

ผสมการแช่เท้าที่น้ำพุร้อนเข้ากับการเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมในอำเภอเวียงป่าเป้าและแม่สรวย

  1. 06:30 ถึงน้ำพุร้อนแต่เช้าตรู่ ช่วงที่อากาศเย็นเป็นเวลาที่ไอระเหยสวยที่สุดและผู้คนยังน้อย
  2. 08:30 รับประทานอาหารเช้าแบบพื้นเมือง เช่น ข้าวซอยหรือไส้อั่ว ที่ร้านค้าบริเวณทางเข้า
  3. 10:00 เดินป่าศึกษาธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติขุนแจหรือเส้นทางศึกษาธรรมชาติใกล้เคียง (ควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพอากาศก่อน)
  4. 12:30 รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารท้องถิ่นริมทางหลวงหมายเลข 118
  5. 14:00 ชมวิวเขื่อนแม่สรวยและอ่างเก็บน้ำ จากนั้นเดินทางต่อขึ้นดอยช้าง
  6. 15:30 เยี่ยมชมไร่ชาและไร่กาแฟบนดอยช้าง พร้อมชมวิวทิวเขาของเชียงราย
  7. 17:00 เดินทางกลับที่พัก หรือไปต่อยังตัวเมืองเชียงราย

ผู้ที่ขับรถเองและต้องการใช้เวลาทั้งวันกับธรรมชาติทางตอนใต้ของเชียงราย

แผนเที่ยวตามกลุ่มผู้เดินทาง

สามเส้นทางที่ปรับให้เหมาะกับครอบครัว ช่างภาพ และผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้จำกัด

ครอบครัวกับเด็กเล็ก

ผู้ปกครองที่เดินทางกับเด็กเล็กหรือเด็กโต

ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง เริ่มจากฝั่งที่พัฒนาแล้วซึ่งมีร่มเงา ที่นั่ง ร้านอาหาร และห้องน้ำที่รองรับผู้ใช้วีลแชร์ แล้วจึงไปดูบ่อต้มไข่

จุดเด่น

  • บ่อต้มไข่และไข่นกกระทาเป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชื่นชอบ และใช้เวลาเพียง 3 นาที
  • ปากบ่อที่พ่นไอขึ้นตลอดเวลาเป็นบทเรียนวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่เห็นได้ด้วยตา
  • ทางเดินราบเรียบและมีร่มเงา เหมาะกับการเดินเล่นพร้อมรถเข็นเด็ก
  • มีห้องน้ำและจุดพักหลายจุด ทำให้เดินทางกับเด็กได้สะดวก

ข้อควรระวัง

น้ำที่ผุดจากปากบ่อร้อนถึง 90°C และลวกผิวได้ทันที ต้องจับมือเด็กไว้ตลอดเวลา ห้ามให้เด็กเดินใกล้ปากบ่อหรือลงไปในบ่อเอง เพราะเปลือกแร่รอบบ่อเปราะและลื่น

ช่างภาพและผู้รักธรรมชาติ

ช่างภาพ นักดูนก และผู้สนใจถ่ายภาพธรรมชาติ

ใช้เวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมง เข้าถึงตั้งแต่ 06:00–08:00 น. เพื่อถ่ายไอระเหยย้อนแสงและหมอกในหุบเขา โดยเฉพาะในฤดูหนาว

จุดเด่น

  • ไอระเหยที่ย้อนแสงตะวันเช้าเป็นภาพที่หาได้ง่ายและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของที่นี่
  • พื้นผิวแร่สีขาวเทารอบปากบ่อและสาหร่ายทนความร้อนสีเขียวอมส้มให้ภาพระยะใกล้ที่น่าสนใจ
  • นกในป่าเบญจพรรณและผีเสื้อตามริมทางเหมาะกับการถ่ายภาพมาโคร
  • แสงช่วงเช้าและเย็นนุ่มกว่า สามารถเก็บรายละเอียดไอน้ำได้ดีกว่าช่วงกลางวัน

ข้อควรระวัง

ไอระเหยทำให้เลนส์เกิดฝ้า ควรพกผ้าไมโครไฟเบอร์และรอให้กล้องปรับอุณหภูมิก่อนยกขึ้นถ่าย แร่ในน้ำพุอาจเกาะเลนส์ได้ง่าย หากใช้โดรนต้องตรวจสอบข้อกำหนดของพื้นที่ก่อน และควรขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคลหรือพ่อค้าแม่ค้า

ผู้ที่เคลื่อนไหวร่างกายได้จำกัด

ผู้สูงอายุ ผู้ใช้วีลแชร์ และผู้ที่ต้องการเส้นทางที่ไม่ต้องเดินมาก

ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง โดยใช้รถยนต์เป็นหลัก จอดใกล้ทางเข้าฝั่งที่พัฒนาแล้ว แล้วเที่ยวชมตามทางเดินราบเรียบ

จุดเด่น

  • ฝั่งที่พัฒนาแล้วมีป้ายสัญลักษณ์และห้องน้ำที่รองรับผู้ใช้วีลแชร์
  • ทางเดินปูพื้นราบเรียบ เข้าถึงบ่อต้มไข่และบ่อน้ำพุหลักได้โดยไม่ต้องขึ้นบันได
  • มีร้านอาหารและที่นั่งพักเป็นระยะ ทำให้หยุดพักระหว่างทางได้ง่าย
  • สามารถนั่งพักในรถหรือใต้ร่มเงาได้หากอากาศร้อนเกินไป

ข้อควรระวัง

ควรสอบถามเส้นทางที่ไม่มีขั้นบันไดกับเจ้าหน้าที่เมื่อไปถึง เนื่องจากเส้นทางฝั่งธรรมชาติ (ฝั่งขวา) บางช่วงเป็นทางลูกรังและไม่เรียบ ควรมีผู้ช่วยเหลือเดินทางด้วย และหลีกเลี่ยงช่วงกลางวันของฤดูร้อนเพราะความร้อนสูง

ฤดูกาลและกลยุทธ์การเที่ยวชม

รวมข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำพุ และชีวิตในป่าตามฤดูกาล เพื่อให้เลือกช่วงเวลาเดินทางได้ตรงกับสิ่งที่อยากเห็น

ฤดูกาลและกลยุทธ์การเที่ยวชม
ฤดู เดือน สภาพอากาศ น้ำพุและปริมาณน้ำ ป่าและสัตว์ กลยุทธ์การเที่ยว
ฤดูหนาว (ฤดูท่องเที่ยว) พ.ย. – ก.พ. อุณหภูมิเฉลี่ย 21–22°C ท้องฟ้าโปร่ง ฝนแทบไม่มี มกราคมเป็นเดือนที่เย็นที่สุด (ต่ำสุดเฉลี่ย 13.2°C) และเป็นเดือนที่ฝนน้อยที่สุด (10.2 มม.) อุณหภูมิน้ำที่ผุดขึ้นมายังคงสูง 70–90°C ตลอดปี แต่จะเห็นไอระเหยชัดที่สุดในตอนเช้าที่อากาศเย็น จุดแช่เท้าจะให้ความรู้สึกสบายที่สุดในฤดูนี้ ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณผลัดใบ บรรยากาศโปร่ง มองเห็นนกได้ง่าย และเป็นช่วงที่นกอพยพหนีหนาวจากจีนและไซบีเรียลงมาอาศัยในภาคเหนือ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการมาเที่ยว เตรียมเสื้อกันหนาวบาง ๆ สำหรับตอนเช้า ถ่ายภาพไอระเหยย้อนแสงได้สวยที่สุด ควรจองที่พักล่วงหน้าในช่วงปลายปีและช่วงสงกรานต์
ฤดูร้อน มี.ค. – พ.ค. อุณหภูมิเฉลี่ย 26–29°C เมษายนเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด (ค่าเฉลี่ยสูงสุด 35.7°C) ดินแห้งและฝนน้อยที่สุดในรอบปี ปริมาณน้ำที่ไหลเวียนอยู่ในระดับต่ำของปี บ่อจึงรู้สึกร้อนเมื่อเทียบกับอุณหภูมิอากาศ ต้นไม้จำนวนมากผลัดใบจนโปร่ง มองเห็นสัตว์และนกได้ชัดขึ้น แต่ก็เป็นช่วงที่ต้นไม้ป่าออกดอกสวยงาม เช่น ราชพฤกษ์และชงโคป่า ควรมาช่วงเช้าตรู่หรือหลัง 16:00 น. ระหว่างเดือน ก.พ.–เม.ย. ภาคเหนืออยู่ในช่วงกำจัดเศษพืชผลทางการเกษตร ฝุ่นละอองขนาดเล็กอาจสูงเกินค่ามาตรฐาน ควรตรวจสอบคุณภาพอากาศก่อนเดินทาง
ฤดูฝน มิ.ย. – ต.ค. อุณหภูมิเฉลี่ย 26–28°C ฝนราว 86% ของทั้งปีตกในเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม สิงหาคมเป็นเดือนที่ฝนมากที่สุด (ประมาณ 294 มม.) ฝนมักตกหนักสั้น ๆ ในช่วงบ่าย ไม่ได้ตกตลอดวัน เป็นช่วงที่มีน้ำใต้ดินเติมเต็มมากที่สุด น้ำไหลแรงและเต็มบ่อที่สุด แต่น้ำฝนที่ไหลบ่าอาจทำให้ทางเดินลื่น ป่าเขียวชอุ่มที่สุด ลำธารและน้ำตกมีน้ำมาก กบ แมลง และผีเสื้อออกชุกชุม พกเสื้อกันฝนและรองเท้ากันลื่น ช่วงเช้ามักฟ้าปลอดฝนและเป็นช่วงที่ดีที่สุดของวัน คนน้อยและที่พักราคาถูกลง

ข้อควรทราบ: ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ภาคเหนือของไทยอยู่ในช่วงกำจัดเศษพืชผลทางการเกษตร ระดับฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อาจสูงจนกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ ควรตรวจสอบค่าฝุ่นรายวันก่อนออกเดินทาง

ข้อมูลภูมิอากาศอ้างอิงค่าปกติภูมิอากาศ 30 ปี (ค.ศ. 1991–2020) ของจังหวัดเชียงราย ตามมาตรฐานองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ส่วนอุณหภูมิน้ำพุและลักษณะพื้นที่อ้างอิงจากข้อมูลพื้นที่จริง

บริการสำหรับนักท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ

ภาพรวม "ประเภท" ของสิ่งอำนวยความสะดวกที่พบได้ในพื้นที่ เพื่อให้วางแผนได้โดยไม่ต้องพึ่งพาร้านใดร้านหนึ่ง

ห้องน้ำ (WC)

มีบริการทั้งสองฝั่ง

มีห้องน้ำให้บริการทั้งฝั่งดั้งเดิมและฝั่งที่พัฒนาแล้ว ฝั่งที่พัฒนาแล้วมีห้องน้ำที่รองรับผู้ใช้วีลแชร์พร้อมป้ายบอกชัดเจน โดยทั่วไปไม่มีค่าใช้จ่าย

ที่จอดรถ

ที่จอดรถในพื้นที่ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

มีลานจอดรถรองรับรถยนต์ รถตู้ และรถบัสทั้งสองฝั่งของทางหลวงหมายเลข 118 ในช่วงฤดูท่องเที่ยว (ธันวาคม–มกราคม) และช่วงสงกรานต์ ลานจอดอาจเต็มได้ตั้งแต่สาย ควรมาถึงก่อน 10:00 น.

ร้านอาหารและเครื่องดื่ม

มีหลายร้านที่ฝั่งพัฒนาแล้ว

มีร้านอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟ และแผงขายของว่าง โดยเน้นอาหารภาคเหนือ เช่น ข้าวซอย ไส้อั่ว และน้ำพริก ตัวเลือกอาหารมังสวิรัติยังมีจำกัด ควรสอบถามร้านค้าโดยตรง ราคาอยู่ในระดับท้องถิ่น

ที่พัก

ไม่มีในบริเวณน้ำพุร้อน

ในเขตน้ำพุร้อนไม่มีที่พักให้บริการ ตัวเลือกที่ใกล้ที่สุด ได้แก่ โฮมสเตย์และเกสต์เฮาส์ในตำบลแม่เจดีย์ใหม่และอำเภอเวียงป่าเป้า รีสอร์ตในอำเภอแม่สรวยและดอยช้าง หรือโรงแรมในตัวเมืองเชียงราย (ห่างออกไปทางเหนือราว 1 ชั่วโมง) ควรจองล่วงหน้าในฤดูท่องเที่ยว

ร้านค้าและของฝาก

มีที่ฝั่งพัฒนาแล้ว

มีร้านจำหน่ายสินค้า OTOP งานหัตถกรรมท้องถิ่น ไม้แกะสลัก เครื่องประดับ สินค้าเกษตรแปรรูป และเสื้อผ้าพื้นเมือง การเลือกซื้อจากร้านของชุมชนโดยตรงเป็นวิธีที่ทำให้รายได้อยู่กับท้องถิ่นมากที่สุด

ปั๊มน้ำมันและจุดชาร์จไฟ

มีตามทางหลวงหมายเลข 118

มีสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อตลอดทางหลวงหมายเลข 118 บริเวณแม่เจดีย์ใหม่และอำเภอเวียงป่าเป้า รวมถึงสถานีขนาดใหญ่บางแห่งที่มีหัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามในเขตภูเขาจำนวนจุดชาร์จยังมีจำกัด ควรวางแผนการชาร์จล่วงหน้าและเผื่อระยะทางสำรองไว้

เงินสดและตู้เอทีเอ็ม

มีที่สถานีบริการ

ตู้เอทีเอ็มส่วนใหญ่อยู่ที่สถานีบริการริมทางหลวง แผงค้าขนาดเล็กในพื้นที่มักรับเฉพาะเงินสด จึงแนะนำให้เตรียมธนบัตรย่อยไว้ใช้จ่าย

การเชื่อมต่อและสัญญาณ

สัญญาณดีริมทางหลวง

ฝั่งที่พัฒนาแล้วมีบริการ Wi-Fi สัญญาณโทรศัพท์มือถือตามทางหลวงหมายเลข 118 โดยทั่วไปใช้งานได้ดี แต่ในหุบเขาและเส้นทางป่าอาจขาดสัญญาณเป็นช่วง ๆ ควรดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์ไว้ล่วงหน้า

สุขภาพและความปลอดภัย

สถานพยาบาลในอำเภอเวียงป่าเป้า

สถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอยู่ในตัวอำเภอเวียงป่าเป้า ส่วนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ต้องเดินทางเข้าเชียงรายราว 1 ชั่วโมง ควรเตรียมยาประจำตัวและชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นติดรถไว้

สัตว์เลี้ยง

ควรสอบถามเจ้าหน้าที่

ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงลงในบ่อแช่หรือบ่อน้ำพุร้อนโดยเด็ดขาด หากนำมาเดินทางด้วยควรใช้สายจูงและเก็บมูลให้เรียบร้อย

⚖️ เว็บไซต์นี้เป็นคู่มืออิสระที่ไม่แสวงหาผลกำไร จึงอธิบายเฉพาะประเภทของบริการเท่านั้น ไม่ได้โฆษณาหรือแนะนำธุรกิจใดเป็นการเฉพาะ

ประวัติศาสตร์และความสำคัญของน้ำพุร้อนแม่ขะจาน

สำรวจพลังธรรมชาติและเรื่องราวทางวัฒนธรรมเบื้องหลังน้ำพุร้อนแม่ขะจาน

🌋

การกำเนิดทางธรณีวิทยา

น้ำพุร้อนแม่ขะจาน (Mae Kachan Hot Spring) ตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนทางธรณีวิทยาในภาคเหนือของประเทศไทย พลังงานความร้อนใต้พิภพนี้มาจากใต้ดินลึก ซึ่งแมกมาที่กำลังเย็นตัวได้ให้ความร้อนแก่น้ำบาดาลที่ซึมผ่านเปลือกโลก ภายใต้ความดัน น้ำที่ร้อนจัดนี้จะผุดขึ้นมาตามรอยเลื่อน เกิดเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีอุณหภูมิ 80°C–90°C ตลอดทั้งปี โครงสร้างทางธรณีวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยหมอกควัน แต่ยังช่วยเพิ่มแร่ธาตุที่สำคัญให้กับระบบนิเวศโดยรอบ

📜

ประวัติศาสตร์และตำนาน

ตามตำนานท้องถิ่น ดินแดนที่มีไอน้ำพวยพุ่งตลอดเวลาแห่งนี้เคยถูกมองว่าเป็นของขวัญจากเทพเจ้าแห่งธรรมชาติ เป็นเวลาหลายศตวรรษที่สถานที่แห่งนี้เป็นจุดแวะพักและฟื้นฟูร่างกายที่สำคัญสำหรับกองคาราวานและพ่อค้าที่เดินทางไกล ปัจจุบัน น้ำพุร้อนแม่ขะจานในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการให้ความรู้ทางธรรมชาติที่ไม่แสวงหาผลกำไร ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงวัฏจักรพลังงานภายในของโลกเท่านั้น แต่ยังให้การสนับสนุนทางนิเวศวิทยาอย่างยั่งยืนและเป็นแรงผลักดันในการอนุรักษ์สำหรับชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย

ประวัติศาสตร์ มรดก และตำนานท้องถิ่น

เรื่องราวของน้ำพุร้อนแห่งนี้ ตั้งแต่ครั้งที่เป็นเพียงโป่งดินในป่าลึก จนกลายเป็นจุดแวะพักที่นักเดินทางรู้จักทั่วภาคเหนือ

หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดของพื้นที่นี้ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นการบอกเล่าของผู้อาวุโสในหมู่บ้านโป่งน้ำร้อน ซึ่งบันทึกไว้โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในตำบลแม่เจดีย์ใหม่ เรื่องเล่าเหล่านี้ตรงกันว่า ก่อนที่หมู่บ้านจะก่อตั้งขึ้น ที่แห่งนี้เคยเป็นป่าทึบที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ รู้จักกันในชื่อ "โป่งดิน" ซึ่งหมายถึงแหล่งดินเค็มที่มีแร่ธาตุ สัตว์ป่าทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เดินทางมากินดินและน้ำแร่ที่นี่เป็นประจำ

ชื่อ "แม่ขะจาน" และภูมิทัศน์เดิม

ชื่อ "แม่ขะจาน" ใช้คำนำหน้าว่า "แม่" ซึ่งเป็นธรรมเนียมของภาคเหนือที่ใช้เรียกสายน้ำ เช่น แม่น้ำกกและแม่น้ำลาวที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนที่มาของคำว่า "ขะจาน" ยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นเอกฉันท์ในเอกสารที่เราใช้ค้นคว้า จึงไม่ควรยืนยันเป็นข้อเท็จจริง สิ่งที่ยืนยันได้คือพื้นที่นี้เป็นที่ลุ่มกว้างที่มีน้ำผุดตลอดปี ท่ามกลางป่าภูเขาที่ล้อมรอบ

สมัยขบวนคาราวานและการค้าทางไกล

ก่อนที่ทางหลวงหมายเลข 118 จะสร้างขึ้น เส้นทางระหว่างเชียงใหม่และเชียงรายต้องผ่านสันเขาด้วยม้า โคต่าง และเกวียน ขบวนค้าใช้เวลาหลายวันจึงจะผ่านภูเขาได้ พื้นที่แห่งนี้มีข้อได้เปรียบสองประการ คือเป็นที่ราบกว้างที่ตั้งเต็นท์ได้ และมีน้ำอุ่นจากธรรมชาติให้ใช้ จึงกลายเป็นจุดพักแรมข้ามคืนที่สำคัญของเส้นทางสายนี้

น้ำศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อล้านนา

ในวัฒนธรรมล้านนา น้ำพุร้อนมักถูกมองว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สิงสถิตของพญานาคผู้รักษาน้ำและผีอารักษ์ผู้ดูแลผืนดิน ความเชื่อเหล่านี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของขนบธรรมเนียมท้องถิ่นจนถึงปัจจุบัน สะท้อนผ่านการไหว้เจ้าที่ก่อนลงแช่ การแบ่งบ่อสำหรับต้มอาหารและแช่เท้า และการไม่ส่งเสียงดังในบริเวณปากบ่อ

จากจุดพักขบวนค้า สู่จุดแวะพักของนักเดินทางยุคใหม่

เมื่อทางหลวงหมายเลข 118 สร้างเสร็จและการเดินทางด้วยรถยนต์กลายเป็นเรื่องปกติ พื้นที่แห่งนี้จึงเปลี่ยนบทบาทจากจุดพักแรมข้ามคืนเป็นจุดแวะพักกลางทางของผู้เดินทาง ปัจจุบันแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งที่อยู่ทางขวาเมื่อขับจากเชียงใหม่ยังคงบรรยากาศดั้งเดิมใกล้เชิงเขา ส่วนฝั่งซ้ายได้รับการพัฒนาให้มีบ่อแช่เท้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านจำหน่ายสินค้า OTOP โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมเข้าชม

ไทม์ไลน์ของพื้นที่

  1. ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 20 พื้นที่ยังเป็นป่าทึบ รู้จักในชื่อ "โป่งดิน" เป็นแหล่งดินเค็มที่มีแร่ธาตุซึ่งสัตว์ป่ามากินเป็นประจำ ยังไม่มีหมู่บ้านถาวร
  2. คริสต์ศตวรรษที่ 18–19 ขบวนค้าด้วยม้าและโคใช้เส้นทางสันเขาระหว่างเชียงใหม่และเชียงราย และพักแรมคืนที่น้ำพุร้อนแห่งนี้
  3. ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา บันทึกการเดินทางและแผนที่สำรวจของสยามตอนเหนือในยุคนั้นได้บันทึกน้ำพุร้อนตามเส้นทางภูเขาไว้เป็นจุดอ้างอิงสำคัญ
  4. กลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทางหลวงหมายเลข 118 สร้างขึ้น ทำให้น้ำพุร้อนกลายเป็นจุดแวะพักของนักเดินทางด้วยรถยนต์
  5. ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 เริ่มพัฒนาพื้นที่ฝั่งซ้าย มีบ่อแช่เท้า ร้านอาหาร และลานจอดรถ ขณะที่ฝั่งขวายังคงสภาพธรรมชาติใกล้เชิงเขา
  6. ปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน เวลา 06:00–22:00 น. บริหารโดยชุมชนท้องถิ่นและหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในตำบลแม่เจดีย์ใหม่

วิทยาศาสตร์เบื้องหลังน้ำพุร้อน

ทำไมน้ำถึงร้อนจัด น้ำมาจากไหน และมีสิ่งมีชีวิตอะไรอาศัยอยู่ในระบบนี้

น้ำร้อนมาจากไหน

น้ำพุร้อนในภาคเหนือของไทยตั้งอยู่ตามแนวรอยเลื่อนที่เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกอินเดียและยูเรเซีย น้ำฝนซึมลงไปตามรอยแตกของหินลึกหลายกิโลเมตร ได้รับความร้อนจากอุณหภูมิภายในโลกที่เพิ่มขึ้นตามความลึก แล้วไหลกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วตามร่องรอยเลื่อน จึงผุดขึ้นที่ผิวดินด้วยอุณหภูมิ 70–90°C

ทำไมที่นี่จึงร้อนเป็นพิเศษ

จุดนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางของรอยเลื่อนโดยตรง ไม่ได้เกิดจากภูเขาไฟ เพราะภาคเหนือของไทยไม่มีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ ความร้อนจึงมาจากอัตราการเพิ่มอุณหภูมิตามความลึกตามปกติ ผนวกกับเส้นทางไหลเวียนที่ลึกและรวดเร็วตามรอยแตกของหิน รอยเลื่อนจึงเปรียบเสมือนท่อส่งความร้อนจากใต้ดินขึ้นสู่ผิวดิน

อุณหภูมิน้ำอยู่ตัวตลอดปี

อุณหภูมิน้ำที่ผุดขึ้นมาแทบไม่เปลี่ยนแปลงตามฤดู เนื่องจากน้ำไหลเวียนอยู่ในระดับลึกที่อุณหภูมิคงที่ สิ่งที่เปลี่ยนตามฤดูคือปริมาณน้ำมากกว่า ในฤดูฝนน้ำจะไหลมากและแรงที่สุด ในฤดูแล้งปริมาณน้ำจะลดลง แต่จะเห็นไอระเหยชัดขึ้นเพราะอุณหภูมิอากาศต่ำกว่า

แร่ธาตุและคราบสีขาวรอบบ่อ

เมื่อน้ำร้อนไหลผ่านชั้นหิน จะละลายแร่ธาตุออกมา เช่น ซิลิกา ไบคาร์บอเนต โซเดียม แคลเซียม และซัลเฟต คราบสีขาวเทารอบปากบ่อคือแร่ซิลิกาและหินปูนที่ตกตะกอนเมื่อน้ำเย็นตัวลง ส่วนไอที่มีกลิ่นคล้ายไข่เน่าเกิดจากก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ตามธรรมชาติ ไม่ได้บ่งชี้ว่าน้ำสกปรก

จุลินทรีย์ทนความร้อน

สีเขียวและสีส้มที่พบในบ่อน้ำร้อนไม่ใช่สาหร่ายทั่วไป แต่เป็นจุลินทรีย์ที่ปรับตัวให้อยู่ในอุณหภูมิสูงได้ โดยแต่ละชนิดอาศัยอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่ต่างกัน จึงเกิดเป็นแถบสีตามอุณหภูมิของน้ำ จุลินทรีย์เหล่านี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจขีดจำกัดของสิ่งมีชีวิตบนโลก

คุณค่าทางวิทยาศาสตร์

น้ำพุร้อนตามแนวรอยเลื่อนเปรียบเสมือนหน้าต่างที่เปิดสู่ระบบน้ำใต้ดินระดับลึก ช่วยบอกได้ว่าน้ำมาจากชั้นหินใด มีอุณหภูมิเท่าไร และรอยเลื่อนบริเวณนี้ยังคงเคลื่อนไหวอยู่หรือไม่ ข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้ประเมินศักยภาพพลังงานความร้อนใต้พิภพ ศึกษาการเติมน้ำลงสู่ชั้นใต้ดิน และจัดทำแผนที่รอยเลื่อนที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว

ความรับผิดชอบของนักท่องเที่ยว

แนวปฏิบัติสั้น ๆ ที่ช่วยให้สถานที่แห่งนี้ปลอดภัยสำหรับทุกคน และยังคงสมบูรณ์สำหรับระบบนิเวศ

ความปลอดภัยต้องมาก่อน

น้ำที่ผุดจากปากบ่อร้อนถึง 90°C และลวกผิวได้ทันที ห้ามลงไปในบ่อหรือแตะน้ำนอกรอบบ่อที่จัดไว้ให้แช่เท้า เดินอยู่บนทางที่กำหนดไว้เสมอ และอย่าข้ามราวกั้น

ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด

เปลือกแร่รอบปากบ่อเปราะและลื่น และมักมีไอร้อนปกคลุมจนมองไม่เห็นพื้น ควรจับมือเด็กตลอดเวลาและไม่อนุญาตให้เด็กปีนป่ายบนขอบบ่อ

ห้ามทิ้งสิ่งใดลงในบ่อ

ไม่ควรโยนไข่ เหรียญ อาหาร หรือขยะลงในบ่อน้ำพุร้อน สิ่งแปลกปลอมจะเปลี่ยนสมดุลเคมีของน้ำและทำให้ทางเดินน้ำใต้ดินอุดตันได้ หากต้องการทำพิธีขอพร ควรใช้ดอกไม้ธูปเทียนที่จัดเตรียมไว้เฉพาะ

ห้ามใช้สบู่หรือแชมพู

ห้ามใช้สบู่ แชมพู หรือผงซักฟอกในบ่อน้ำพุหรือบ่อแช่ทุกกรณี สารเคมีเหล่านี้จะปนลงสู่ระบบน้ำใต้ดินและขัดต่อขนบธรรมเนียมของท้องถิ่น

เคารพความเชื่อท้องถิ่น

ในวัฒนธรรมล้านนา น้ำพุร้อนถูกมองว่าเป็นที่อยู่ของพญานาคและผีอารักษ์ ควรพูดคุยด้วยเสียงเบา แต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าในบริเวณที่มีป้ายบอก และขออนุญาตก่อนถ่ายภาพบุคคล

นำขยะกลับออกไป

ทิ้งขยะในถังที่จัดไว้ ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว เช่น แก้วน้ำและถุงหูหิ้ว และนำขวดน้ำแบบใช้ซ้ำมาเติมน้ำได้จากบริเวณที่มีบริการ

ไม่ให้อาหารและไม่รบกวนสัตว์

ไม่ให้อาหารหรือไล่จับสัตว์ป่า เช่น ลิงแสม ตะกวด และนก ควรเว้นระยะห่างที่เหมาะสม และไม่เก็บพืช หิน หรือแมลงออกจากพื้นที่

ระวังไฟป่าและหมอกควัน

ห้ามก่อไฟในพื้นที่ป่า โดยเฉพาะฤดูแล้ง หากพบไฟป่าหรือกลุ่มควันควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ไฟป่าเป็นสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภาคเหนือ

สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นธรรม

เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าของชุมชน และไม่ต่อราคาอย่างรุนแรงจนกระทบรายได้ของผู้ขาย เนื่องจากพื้นที่นี้ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าชม รายได้ของชุมชนจึงมาจากการค้าขายโดยตรง

แจ้งปัญหาที่พบ

หากพบความเสียหายต่อระบบนิเวศ อุปกรณ์ชำรุด หรือความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้แก้ไขได้ทันเวลา

สถานที่สำคัญรอบน้ำพุร้อนแม่ขะจาน

น้ำพุร้อนแม่ขะจานตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 118 ระหว่างเชียงใหม่และเชียงราย สามารถแวะเที่ยวสถานที่ใกล้เคียงเหล่านี้ได้

เมื่อมาเยือนน้ำพุร้อนแม่ขะจาน ผู้เยี่ยมชมยังสามารถแวะชมสถานที่สำคัญและจุดน่าสนใจโดยรอบได้อย่างสะดวก เช่น วัดร่องขุ่น และเขื่อนแม่สรวย

วัดร่องขุ่น (White Temple)

ประมาณ 50 นาที (ไปทางเหนือ ~50 กม.)

วัดร่องขุ่น

วัดร่วมสมัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของไทย งานศิลป์สีขาวประดับกระจกโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

เขื่อนแม่สรวย

ประมาณ 35 นาที (ไปทางใต้ ~35 กม.)

เขื่อนแม่สรวย

อ่างเก็บน้ำวิวสวย ถนนเลียบอ่างและแพที่พัก โปร่งสบาย เหมาะเป็นจุดแวะพักระหว่างกลับเชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติขุนแจ

ประมาณ 55 นาที

อุทยานแห่งชาติขุนแจ

ป่าภูเขาที่มีจุดชมวิวดอยลังกา น้ำตก และหมู่บ้านชาวเขา

ดอยช้าง

ประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที

ดอยช้าง

แหล่งปลูกกาแฟบนที่สูง ขึ้นชื่อเรื่องสวนกาแฟอาราบิก้า คาเฟ่ และอากาศเย็นสบาย

ระยะเวลาขับรถโดยประมาณจากน้ำพุร้อน

รีวิวจากผู้เยี่ยมชม

ความคิดเห็นจริงจากผู้เยี่ยมชมใน Google Maps

4.0 4.0 คะแนน (จาก 11,345 รีวิว)

แหล่งที่มา: คะแนนจาก Google Maps ซิงค์ล่าสุดเดือนกันยายน 2026

Somchai T.

บรรยากาศดีมาก แช่เท้าสบายมาก ไข่ต้มน้ำพุร้อนก็อร่อย!

Anna K.

สิ่งอำนวยความสะดวกเก่าไปหน่อย แต่ธรรมชาติไร้ที่ติ คุ้มค่าไป

Watchara P.

ตอนเช้าคนน้อยสงบมาก ไอน้ำละมุนเหมือนดินแดนสวรรค์ แนะนำให้ไปแต่เช้า

Liu Mei

แวะมาตอนขับรถผ่าน แช่เท้าพักผ่อนได้ผ่อนคลายมาก คุ้มราคา

คำถามที่พบบ่อย

คำตอบสั้น ๆ เกี่ยวกับการเที่ยวน้ำพุร้อนแม่ขะจาน (Mae Kachan Hot Spring)

น้ำพุร้อนแม่ขะจานตั้งอยู่ที่ไหน?

น้ำพุร้อนแม่ขะจานตั้งอยู่ที่ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย (Plus Code 4F76+WV) บนทางหลวงหมายเลข 118 ระหว่างเชียงใหม่และเชียงราย

เข้าเที่ยวน้ำพุร้อนแม่ขะจานฟรีไหม?

พื้นที่สวนสาธารณะเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดทั้งปี ส่วนบริการเสริม เช่น ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวหรือชุดต้มไข่ มีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย (ประมาณ ฿40)

น้ำพุร้อนแม่ขะจานเปิดกี่โมง?

เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06:00–22:00 ตลอดทั้งปี

ต้มไข่ที่น้ำพุร้อนแม่ขะจานได้ไหม?

ได้ การต้มไข่ในรอยน้ำพุร้อนธรรมชาติเป็นประสบการณ์ขึ้นชื่อของที่นี่ ใส่ไข่ลงตะกร้าไม้ไผ่จุ่มลงบ่อ ประมาณ 15 นาทีก็สุก

น้ำที่น้ำพุร้อนแม่ขะจานร้อนแค่ไหน?

อุณหภูมิที่รอยน้ำพุอยู่ที่ประมาณ 80°C–90°C จึงเหมาะสำหรับชมวิว แช่เท้า และต้มไข่ มากกว่าการแช่ตัวทั้งตัว

เดินทางไปน้ำพุร้อนแม่ขะจานจากเชียงใหม่หรือเชียงรายอย่างไร?

น้ำพุร้อนอยู่บนทางหลวงหมายเลข 118 ใช้เวลาขับรถประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีจากเชียงใหม่ และใกล้เคียงกันจากเชียงราย เป็นจุดพักรถยอดนิยมระหว่างสองเมือง

ที่น้ำพุร้อนแม่ขะจานมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง?

มีที่จอดรถ ห้องน้ำ บ่อแช่เท้า ห้องอบไอน้ำธรรมชาติ ร้านอาหารและคาเฟ่ ร้านของฝาก OTOP และจุดให้ข้อมูลนักท่องเที่ยว

น้ำพุร้อนแม่ขะจานเหมาะกับเด็กไหม?

เหมาะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวริมทางที่เหมาะกับครอบครัว แต่ควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอุณหภูมิรอยน้ำพุสูงถึง 80°C–90°C

ตำแหน่งและการเดินทางไปน้ำพุร้อนแม่ขะจาน จังหวัดเชียงราย

น้ำพุร้อนแม่ขะจานตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงราย ใกล้ทางหลวงหมายเลข 118 จุดพักรถยอดนิยมระหว่างเชียงใหม่และเชียงราย

คลิกปุ่มด้านบนเพื่อดูการนำทางเต็มรูปแบบใน Google Maps

สำหรับข้อมูลล่าสุดและข้อมูลการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค โปรดเยี่ยมชม พอร์ทัลการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการของประเทศไทย / เชียงราย .

4F76+WV Mae Chedi Mai, Wiang Pa Pao District, Chiang Rai

แหล่งข้อมูลและเอกสารอ้างอิง

เว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลอิสระ ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากแหล่งที่ตรวจสอบได้สาธารณะ

ข้อมูลคะแนนและรีวิวซิงค์ล่าสุด กันยายน 2026

คะแนนและจำนวนรีวิวซิงค์จากรายการ Google Maps อย่างเป็นทางการของน้ำพุร้อนแม่ขะจาน

Google Maps → 4.0 / 5 · 11,345

รายการอ้างอิง

ลิขสิทธิ์ภาพ: ภาพทั้งหมดที่แสดงบนเว็บไซต์นี้เป็นทรัพย์สินและลิขสิทธิ์ของช่างภาพต้นฉบับ